ดาวน์โหลดและติดตั้ง
ต้องมี Node.js 22.13 ขึ้นไป เปิด Terminal ในโฟลเดอร์ดาวน์โหลด แล้วรันคำสั่งด้านล่าง
ดาวน์โหลด Agentnpm install --global ./sitecheck-local-agent-0.5.0.tgz
sitecheck-agentดาวน์โหลดได้โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ อ่านรายงานในเครื่อง หรือเลือกส่งขึ้นบัญชีบนเซิร์ฟเวอร์ภายหลัง
Node.js / JavaScript / TypeScript และ PHP / Laravel
ติดตั้ง agent บนเครื่องที่เก็บโปรเจกต์ เลือกโฟลเดอร์แล้วตรวจ dependencies และเวอร์ชัน จากนั้นส่งผลให้ Backend จัดเก็บและแสดงรายงานในบัญชีของคุณ
ต้องมี Node.js 22.13 ขึ้นไป เปิด Terminal ในโฟลเดอร์ดาวน์โหลด แล้วรันคำสั่งด้านล่าง
ดาวน์โหลด Agentnpm install --global ./sitecheck-local-agent-0.5.0.tgz
sitecheck-agentเมื่อ agent ทำงาน เปิดหน้าจอ local กด “เพิ่มโปรเจกต์” แล้วเลือกโฟลเดอร์ที่มี lockfile ได้ทันที
เปิดหน้าต่างเลือกโฟลเดอร์ของเครื่อง ไม่ต้องคัดลอก path
เปิด Agent ในเครื่อง ลิงก์นี้ใช้ได้หลังเริ่ม agent บนเครื่องของคุณแล้วตรวจเสร็จแล้วกด “ส่งรายงานขึ้น Backend” เข้าสู่ระบบบนเว็บ ตรวจบัญชีผู้รับ แล้วกดบันทึก รายงานจะอยู่ในประวัติรวมทั้งสามวิธี
มีซอร์ส Sitecheck อยู่แล้ว รัน npm run agent ได้เลย Agent อ่าน npm lockfile และ composer.lock หากไม่มี lockfile จะตรวจได้บางส่วน เลือกเปิดตรวจโค้ดและ secrets แบบ pattern review ได้ ไม่ใช่ SAST เต็มรูปแบบ ยังไม่รองรับ pnpm/yarn lockfile
รายชื่อโปรเจกต์และประวัติยังเก็บในเครื่อง การส่งรายงานขึ้น Backend ต้องกดส่งและบันทึกผ่านบัญชีบนเว็บ ไม่ต้องคัดลอก API token การค้น OSV ส่งเฉพาะชื่อแพ็กเกจ ecosystem และ version; การเติม KEV/EPSS ใช้เฉพาะ CVE ID ซึ่งอาจรวมชื่อแพ็กเกจภายใน ยังไม่ครอบคลุม WordPress core/plugins/themes ที่ไม่ได้จัดการผ่าน Composer